วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สุดยอดด!!! ใช้แฟลช​ของกล้อง แสดงเอ็ฟเฟ็กประกอบMV

คลิป VDO ที่จะนำเสนอให้เพื่อนๆได้ชมกันต​่อไปนี้ ไม่ได้ให้ฟังแค่ดนตรีที่ไพเราะแ​นวญี่ปุ่นเฉยๆกันหรอกนะ แต่สิ่งที่เด็ดกว่าและกำลังจะพู​ดถึงนั่นก็คือ แสงไฟสีขาวจากฉากหลังใน MV ตัวนี้ ที่ถูกเซ็ตขึ้นจากแฟลชจริงๆของก​ล้อง Canon มีจำนวนมากถึง 250 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งทางทีมงานได้โปรแกรมให้แฟลช​ของกล้องยิงออกมาตามเนื้อเพลงแล​ะแสดงเอ็ฟเฟ็กได้เนียนดีจริงๆอี​กด้วย


การใช้โปรแกรมเป็น...ก็ทำอะไรที่ต้องการได้มากมายจริงๆ.....แล้วเราจะซักกี่โปรแกรมเนี่ย...สู้ๆนะเพื่อนๆ


วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บทเรียนรถไฟจีนชนวินาศเร่งรีบทำการใหญ่คือหายนะ


ติดตามรายละเอียดที่
http://www.thairath.co.th/column/oversea/7days/190223

เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ "กล่องแจ๋ว" ผลิตจากข้าวโพด 100% ครั้งแรกในเมืองไทย


เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ "กล่องแจ๋ว" ผลิตจากข้าวโพด 100% ครั้งแรกในเมืองไทย


เป็นกล่องอาหารที่ผลิตจากข้าวโพด 100% ไม่มีส่วนผสมจากพลาสติก แต่มีคุณสมบัติเหมือนพลาสติกทุกประการ ใช้ใส่อาหารอุ่นร้อนได้ในอุณหภูมิไม่เกิน 80 องศาเซลเซียส โดยไม่มีพิษหรือสารปนเปื้อนที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และยังสามารถใช้ซ้ำได้ ที่สำคัญย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ใช่แบบใช้แล้วทิ้งนะ หน้าตาเป็นอย่างไร ติดตามที่ลิ้งค์นี้จ้า


ที่มาhttp://www.most.go.th/main/index.php/organization-news/1891--qq--100-.html

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หุ่นยนต์ช่วยคนพิการราพูดา (RAPUDA)



ช่วยคนพิการ

ยุน วูคึน นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมชั้นสูง (AIST) ดื่มน้ำจากถ้วยที่หุ่นยนต์ช่วยคนพิการราพูดา (RAPUDA) ป้อนให้ถึงปาก ระหว่างการสาธิตการทำงานของแขนหุ่นยนต์ช่วยผู้พิการด้านแขนส่วนบน ในงานนิทรรศการโรโบ ซึ่งจัดแสดงหุ่นยนต์ด้านการบริการ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น.

.
.

ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 30 – 07 – 2553

น.ส.สมฤทัย เจตเกษกิจ (มอมแมม) 075

‘ไทย’ อยู่อันดับ 48 จากผลสำรวจดัชนีนวัตกรรมโลก



ผลสำรวจดัชนีนวัตกรรมโลก ชี้ประเทศไทยติดอันดับที่ 48 จาก 125 ประเทศ ที่มีความสามารถในการพัฒนานัวตกรรม มีสวิสเซอร์แลนด์ สวีเดน สิงคโปร์ เป็นเจ้านวัตกรรม 3 อันดับแรก…



นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากการสำรวจดัชนีนวัตกรรมโลก จัดทำโดย The Business School of the World เพื่อสำรวจและจัดลำดับความสามารถทางนวัตกรรมของประเทศต่างๆ กว่า 125 ประเทศทั่วโลก โดยวัดจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการพัฒนานวัตกรรม เช่น สภาพแวดล้อมทางการเมือง กฎระเบียบของรัฐ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และการวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลการส่งออก และประสิทธิภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงจำนวนผู้ยื่นขอจดสิทธิบัตร ผู้ยื่นขอจดเครื่องหมายการค้า และจำนวนผู้ยื่นขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาผ่านระบบ PCT และ Madrid Protocol เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2554 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 48 โดยอันดับที่ 1 ได้แก่ สวิสเซอร์แลนด์ อันดับที่ 2 สวีเดน อันดับที่ 3 สิงคโปร์ ขณะที่ สหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับที่ 7 เกาหลีอันดับที่ 16 ญี่ปุ่นอันดับที่ 20 จีนอันดับที่ 29 มาเลเซียอันดับที่ 31 เวียดนามอันดับที่ 51 และอินเดียอันดับที่ 62

นางปัจฉิมา กล่าวอีกว่า จากรายงานดังกล่าว พบว่าประเทศเศรษฐกิจใหม่ เช่น จีน อินเดีย และเกาหลี ให้ความสำคัญในการเพิ่มการลงทุนด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น รวมถึงอุตสาหกรรมแฟชั่นดีไซน์ซึ่งประเทศดังกล่าวเริ่มมีบทบาทในตลาดมากขึ้น จากเดิมที่มีแต่นักออกแบบจากประเทศแถบยุโรปเป็นผู้นำ ซึ่งนักออกแบบรุ่นใหม่ได้นำนวัตกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาผสมผสานกับโลกยุคใหม่จนเกิดเป็นรูปแบบใหม่ ทั้งยังมีการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า เช่น การผลิตสิ่งทอ หรือ เครื่องนุ่งห่มอัจฉริยะ เช่น เนคไท หรือ เสื้อ ที่สามารถวัดการเต้นของหัวใจ และเป็นเครื่องมือรายงานสุขภาพของผู้ใส่ อีกด้วย

.
.

ที่มาของข่าว : : http://www.digitalthai.net/category/

น.ส.สมฤทัย เจตเกษกิจ (มอมแมม) 075

นักวิชาการ จี้รัฐบาลใหม่ เร่งรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม



นักวิชาการสื่อสารและสารสนเทศไทย ห่วงสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก และ 50.5 องศาตะวันออก เร่งรัฐบาลใหม่ดำเนินการ ชี้ กสท ไม่เหมาะทำ เพราะอาจโดนครหาผลประโยชน์ทับซ้อน…

นายอนุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารและสารสนเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ต้องการให้รัฐบาลใหม่ เข้ามาสร้างความชัดเจนในกรณีการรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก และ 50.5 องศาตะวันออก ทั้งนี้ เนื่องจากถ้าประเทศไทยสูญเสียสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม จะกระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม และถ้าให้เปรียบเทียบภาพการเสียสิทธิ์วงโคจร ไม่แตกต่างกับการสูญเสียเขาพระวิหาร

นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารและสารสนเทศไทย กล่าวต่อว่า ความคิดห็นส่วนตัวหากเป็นแนวทางแก้ไขในระยะเวลาที่จำกัด รัฐจะต้องนำดาวเทียมของภาครัฐ เช่น หน่วยงานทหาร หรือหน่วยงานวิทยาศาสตร์ ยิงเข้าไปในวงโคจรดังกล่าว หรือถ้าหากไม่มีก็ควรเช่าดาวเทียม และยิงในวงโคจรดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ควรให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เป็นผู้ดำเนินการกิจการดาวเทียมเอง เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวใกล้หมดสภาพรัฐวิสาหกิจ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

นายอนุภาพ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่น่ากังวลขณะนี้ คือ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลในเรื่องดาวเทียมโดยตรง เพราะที่ผ่านมา ยังไม่มีกฎหมายฉบับใด ระบุยกเว้นในการทำหน้าที่ดังกล่าว ได้โยนลูกให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ซึ่งมีหน้าที่เป็นเพียงแค่คู่สัญญา จึงทำให้เกิดปัญหาการรักษาสิทธิ์วงโคจรล่าช้า

อย่างไรก็ตาม หากไม่รีบดำเนินการ แล้วปล่อยให้สูญเสียสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม สุดท้ายจะมีปัญหาการฟ้องร้องตามมา เพราะวงโคจรดาวเทียม ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีหลายประเทศที่จ่อรอคิวในการเป็นเจ้าของสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ผ่านมากระทรวงไอซีทีได้มอบหมายให้ กสท เป็นผู้ดำเนินการ ศึกษาแนวทางการรักษาสิทธิ์วงโคจร โดยแนวทางเบื้องต้น คือ การเช่าดาวเทียมจากวงโคจรอื่นแล้วลากมาไว้ตำแหน่งวงโคจรดังกล่าว

สำหรับประเทศไทย ขณะนี้มีตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมอยู่ 6 จุด คือตำแหน่ง 119.5 องศา (เป็นตำแหน่งของไอพีสตาร์) ตำแหน่ง 78.5 องศา (ไทยคม 5 อยู่ระหว่างจะยิงดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นไปแทนจะสามารถยิงได้ในปี 2556) โดยทั้ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวนี้ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เหลืออายุสัญญาสัมปทานกับกระทรวงไอซีทีอีก 8 ปี ขณะที่กระทรวงไอซีที ยังคงมีถือสิทธิในการรักษาตำแหน่งวงโคจรไว้เท่าไรก็ได้ จนกว่ากระทรวงไอซีทีจะแสดงความจำนงที่จะไม่รักษาสิทธิ์ดังกล่าว ส่วนตำแหน่ง 120 องศาออกจะสิ้นสุดในการรักษาตำแหน่งวงโคจรในเดือน พ.ย.2554 ตำแหน่ง 50.5 องศาตะวันออก จะหมดอายุกลางปี 2555 ขณะที่ตำแหน่ง 126 และ 142 องศา ยังเหลืออายุการรักษาสิทธิ์อีก 2 ปี

.
.

ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 18 – 07 – 2554

น.ส.สมฤทัย เจตเกษกิจ (มอมแมม) 075